twitter

Blog Archive

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

 

เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คอกีฬาคนชนคน พลาดไม่ได้ด้วยประการ ทั้งปวง ศึกซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 44 ชมการชิงดำระหว่างทีม “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ปะทะทีม “นักบุญ” นิวออร์ลีน เซนต์ส “ทรูสปอร์ต” ถ่ายทอดสดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แฟน ๆ ได้ชมที่เดียวทางทรูวิชั่นส์ ช่อง 108 (ASN) เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

 

 

new-orleans-saints-helmet-logo-©photofile

Indianapolis-Colts-Helmet-Logo-Photofile-Photograph-C10138731

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อเมริกันฟุตบอล เป็นกีฬาที่มีวิวัฒนาการมาจากรักบี้ ซึ่งวิวัฒนาการมาจากซ็อกเกอร์อีกทอดหนึ่ง ในปีค.ศ. 1875 ลูกบอลที่มีรูปรี คล้ายไข่ได้ถูกนำมาใช้เล่นรักบี้ และได้กลายเป็นลูกที่ใช้กันเป็นทางการในการเล่นฟุตบอล โดยในยุคแรกนั้น ไม่ได้มีขนาดเป็น มาตรฐานแต่อย่างใด ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาให้ลูกฟุตบอลรีนี้สามารถใช้ขว้างได้ง่ายขึ้น ตามหลักอากาศพลวัต (Aerodynamics) โดยให้ปลายลูกเล็กลงและสามารถปั่นหมุนได้ดีขึ้น

ลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งอย่างเป็นทาง การของ NFL นั้น เป็นลูกของ Wilson ที่สูบลมประมาณ 12.5-13.5 ปอนด์ มีความยาว 11-11.25 นิ้ว วัดเส้นรอบวงด้านยาวได้ 28-28.5 นิ้ว และวัดเส้นรอบวงอีกด้านได้ 21-21.5 นิ้ว

800px-Wilson_American_football (Custom) 

- วัตถุประสงค์ของเกม

แน่นอนที่สุด วัตถุประสงค์ของเกมก็คือ ชัยชนะ แต่คุณจะชนะได้ก็ต่อเมื่อ คุณสามารถทำแต้มได้มากกว่าคู่ต่อสู้ โดยการทำแต้ม

ก็ด้วยการนำลูกฟุตบอลเข้าไปในเขตที่เรียกกันว่า End Zone ในบทนี้ เราขอเล่าเพียงคร่าวๆ ว่าการเล่นจะเป็นอย่างไร

อเมริกันฟุตบอลเป็นเกมที่ประกอบด้วยการเล่น (play) เป็นชุดๆ การเล่นจะเริ่มต้นด้วยการที่ผู้เล่นคนหนึ่ง snap หรือส่งลูกให้กับ

อีกคนหนึ่ง และจะจบด้วยการที่ผู้ถือลูก หรือที่เรียกว่า Ball carrier ถูกจับ หรือ tackle โดยการถูกจับก็คือ การที่ผู้ถือลูกถูกจับให้

ล้มลงกับพื้น หรือ ออกนอกสนาม นอกจากนี้ การเล่นจะจบลงเมื่อมีการขว้างและไม่มีใครรับได้ และการเล่นจะจบลงเมื่อมีการ

เตะทำคะแนน

nfl_field1

 

- สนามแข่งขัน

สนามฟุตบอลเป็นสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 360 ฟุต กว้าง 160 ฟุต ที่ปลายของทั้งสองด้านมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาว 10 หลาที่เรียก

กันว่า End Zone โดยเส้น Goal line ซึ่งกว้าง 8 นิ้วเป็นเส้นกำหนดเขตเข้า End Zone บริเวณสนามระหว่าง End Zone จะมีระยะ

รวม 100 หลา และมีเส้นขนานกับเส้น Goal line เป็นเส้นแสดงระยะทีละ 5 หลาเรียกว่า five-yard marker และทุกๆ 10 หลาจะมี

ตัวเลขบอกระยะ เส้นกึ่งกลางสนามได้แก่ เส้น 50 หลา

American-Football---NFL-007

เสาโกว์ หรือ Goal Post ประกอบด้วย Crossbar หรือ แกนเสาด้านล่าง(ขนานกับพื้นสนาม)ซึ่งสูงจากพื้น 10 ฟุต และยาว 18 ฟุต 6

นิ้ว และ Upright หรือเสาที่สูงขึ้นไปด้านบนซึ่งมีสองเสา

 ist2_131325-fourth-and-a-long-yard

อุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ในการช่วยวัดระยะการเล่น ได้แก่สิ่งที่เรียกกันว่า Chain หรือ โซ่ ที่มีระยะ 10 หลา และไว้วัดระยะ 10 หลาที่ ทีมบุกจะต้องทำได้ด้วยการเล่น 4 ครั้ง ซึ่งการเล่นแต่ละครั้งจะเรียกว่า down เพราะการเล่นแต่ละครั้งจะจบด้วยการที่ลูก หรือผู้ เล่นอยู่บนพื้น โดย chain จะเริ่มวัดที่จุดเริ่มต้นของการเล่น และอีกปลายอีกด้านหนึ่งเพื่อวัดระยะ 10 หลา นอกจาก chain แล้วก็ จะมี stick ซึ่งเป็นเสาที่มีไว้วางตำแหน่งเริ่มเล่น และจะมีเลขบอก down 1-4 ไว้แสดงครั้งของการเล่น บางครั้งเราจะเห็นว่า กรรมการจะใช้ chain นี้ในการเข้ามาวัดในสนาม เพื่อดูว่าได้ระยะ 10 หลาหรือไม่

saints-saintsations-cheerleaders(10)

พื้นสนามที่ใช้กันมีสองอย่าง คือ สนามหญ้าเทียม หรือ Artificial turf และสนามหญ้าจริง หรือ Natural grass ซึ่งสนามหญ้าจริงก็

ใช้หญ้าจริงเหมือนที่เราเห็นกัน ส่วนสนามหญ้าเทียมนั้น เหมือนกับพรม ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่วางอยู่บนพื้นลาดยาง (Asphalt) ซึ่งเวลาเล่นก็มักจะทำให้เกิดรอยถลอกตามตัวได้ เป้าหมายแรกในการใช้หญ้าเทียม คือ การใช้ในสนามที่มีหลังคาคลุม หรือ Dome และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ สามารถบำรุงรักษาได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับหญ้าจริง เนื่องจากไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย หรือ ตัดแต่ง นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่นิยมหญ้าเทียม เนื่องจาก ผู้เล่นสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ในช่วงหลังนี้ ก็มีนักกีฬาที่ไม่นิยมหญ้าเทียม เนื่องจาก อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น เมื่อมีการกระแทกกับพื้น

patriots-cheerleaders(03)

Red Zone คือบริเวณระหว่างเส้น 20 หลา ถึง End Zone ทีมบุกจะถือว่าอยู่ใน red zone เมื่ออยู่ในแดนคู่แข่งระหว่างเส้น 20 หลา ถึง end zone ซึ่งทีมบุกจะถือว่าเป็นแดนที่สำคัญมาก เนื่องจาก สามารถบุกมาได้ถึงบริเวณนี้ ก็ควรจะต้องใช้โอกาสนี้ ในการทำ คะแนน (ทัชดาวน์) ให้ได้ ถ้าคุณสามารถทำได้แค่เตะ field goal ก็เท่ากับให้คู่ต่อสู้ได้กำลังใจขึ้นมาได้

colts-cheerleader 

- การทำคะแนน

Touchdown ได้แก่ การที่ผู้เล่นทีมของคุณ มีการครอบครองลูก ในเขต end zone ของฝ่ายตรงข้าม โดยทีมที่ทำ touchdown ได้จะ ได้คะแนน 6 คะแนน โดยการทำ touchdown อาจทำได้ด้วยหลายวิธี ตั้งแต่ การวิ่งถือลูกเข้าไปในเขต end zone การรับลูก(จาก การขว้าง) ในเขต end zone โดยการครอบครองบอลนั้น เท้าทั้งสองข้างจะต้องอยู่ในสนาม แต่แม้ว่า คุณสามารถครอบครอง บอลได้ และลูกลอยอยู่กลางอากาศในเขต end zone ก็ถือว่าได้เช่นกัน เช่น คุณกำลังลอยออกนอกสนาม แต่ยื่นลูกเข้าไปในเขต

end zone ก็ถือว่าได้คะแนนเช่นกัน

bengals-ben-gals-cheerleaders(02)

Extra point ได้แก่ การทำคะแนนหลังได้ touchdown ซึ่งบางครั้งเรียกว่า point after โดยทีมที่ทำ touchdown ได้สามารถเลือกที่ จะทำเตะให้ลูกผ่าน crossbar เข้าไปได้ 1 คะแนน หรือเล่นจากเส้น 2 หลา หากสามารถนำลูกเข้าไปในเขต end zone ได้ก็ได้ 2 คะแนน โดยการเล่น 2 แต้มนี้เรียกว่า two-point conversion หรือ เรียกกันง่ายๆว่า go for 2 บรรดาโค้ชจะมีตารางเพื่อทำการ ตัดสินใจ โดยปัจจัยในการตัดสินใจหลักคือ คะแนนที่มีอยู่

gallery25
Field goal ได้แก่ คล้ายกับการเตะเพื่อทำ extra points แต่จะได้ 3 แต้ม โดยตัวเตะจะต้องเตะเข้าระหว่างเสาสองข้างเหนือ crossbar ซึ่งทีมอาจจะตัดสินใจใช้การเตะ field goal ในการเล่นครั้งไหนก็ได้ แต่โดยทั่วไปก็จะใช้ในการเล่นครั้งที่ 4 สิ่งหนึ่งที่จะต้อง คำนึงในการเตะ field goal ก็คือ ระยะในการเตะจริงจะเท่ากับประมาณ 17 หลาบวกเข้ากับที่เส้นเตะเสมอ เนื่องจาก เสาโกว์อยู่ ห่างเส้น goal line 10 หลา และการตั้งเตะจะห่างจากเส้นที่เริ่มเล่นประมาณ 7 หลา ดังนั้น หากเป็นการเตะจากเส้น 20 หลา ก็เท่า กับเป็นการเตะด้วยระยะรวม 37 หลา โดยทั่วไปแล้ว ตัวเตะจะสามารถเตะได้ในระยะประมาณ 40-45 หลา ดังนั้น จุดที่น่าจะเตะ ได้จึงเป็นที่เส้น 30 หลา

13-cheerleader-nfl-cheerleaders-371770_466_680

Safety ได้แก่ การทำคะแนนโดยทีมรับ เมื่อสามารถจับตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม(ซึ่งเป็นผู้ครองบอล) ได้ในเขต end zone ของฝ่าย ตรงข้าม ทีมรับจะได้คะแนน 2 คะแนน อีกวิธีหนึ่งที่เกิด safety ก็คือ การที่ผู้เล่นทีมบุก หรือทีมที่รับการเตะลูกวิ่งออกหลังด้าน ของตนเองพร้อมถือลูก เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าถือลูกวิ่งออกด้านหลังเขต end zone ของตนเอง ก็เป็น safety เช่นกัน ที่ดีกว่านั้นก็คือ เมื่อมี safety เกิดขึ้น ทีมบุกจะต้องเตะลูกให้อีกฝ่ายเล่นโดยเตะที่เส้น 20 หลาของฝั่งตน ซึ่งอาจจะเป็นการเตะแบบถือหรือตั้ง เตะก็ได้ ดังนั้น การทำ safety ได้ก็เท่ากับว่า สามารถทำคะแนนได้ 2 คะแนน และสามารถนำลูกมาเล่นได้ด้วย

titans-cheerleaders(01)

 

- อื่น ๆ

Quarters and Halves ได้แก่ การจับเวลาของฟุตบอลนั้นจะจับเป็นควอเตอร์ นั่นคือ 15 นาที สองควอเตอร์รวมเป็นหนึ่งครึ่ง ระหว่างควอเตอร์นั้นจะมีหยุดพัก 2 นาที และระหว่างครึ่งจะพัก 12 นาที แต่ในการเล่นรอบสอง หรือ การแข่งซูเปอร์โบลว์ จะพักครึ่งนานกว่านั้น คราวนี้ที่น่างงยิ่งกว่า คือ การจับเวลา เวลาที่ใช้จัดนั้นเป็นการจับเฉพาะเวลาที่เล่นเท่านั้น ทั้งนี้ นาฬิกาของกรรมการจะหยุดเมื่อ มีการเปลี่ยนการครอบครองลูก มีการขว้างลูกและรับไม่ได้ มีการทำโทษ ผู้เล่นที่ถือลูกออกนอกสนาม มีการขอเวลานอก มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น กรรมการขอเวลานอกเพื่อวัดระยะ หรือ มีทีมทำคะแนนได้จากทัชดาวน์ ฟิลด์โกล์ หรือเซฟตี้

texans-cheerleaders(07)

Two-minute warning ในฟุตบอลจะมีการกำหนดให้มีสองนาทีสุดท้ายของครึ่ง ซึ่งจะมีการจับเวลาพิเศษ โดยเมื่อมีเวลาเหลือ 2นาที กรรมการจะหยุดเวลา นอกจากนี้

- ในกรณีที่เป็นการ kickoff นาฬิกาจะเริ่มจับก็ต่อเมื่อลูกถูกจับโดยผู้เล่น ในขณะที่กรณีอื่น จะจับเวลาตั้งแต่เริ่มเตะ

- ถ้าลูก fumble (ผู้เล่นที่ถือลูก เสียการครอบครอง) ในช่วง 2 นาทีสุดท้าย ผู้เล่นทำ fumble เท่านั้นที่จะสามารถนำลูกขึ้นไปได้ หรือโดยผู้เล่นทีมรับ ผู้เล่นทีมบุกคนอื่นจะนำลูกขึ้นไปไม่ได้
- ถ้ามีผู้เล่นบาดเจ็บในช่วง 2 นาทีสุดท้ายนี้ ทีมจะถูกปรับเวลานอก ในขณะที่ในเวลาอื่น ไม่มีการปรับเวลานอก (โปรดตรวจกฎ ปัจจุบันด้วย)

jags-cheerleader

Overtime ในการเล่นอาชีพนั้น เมื่อมีการเสมอเมื่อหมดเวลา 4 ควอเตอร์ และจะเป็นการเล่นแบบ sudden death นั่นคือ เล่นจน

กว่าจะชนะในเวลา 15 นาทีซึ่งเรียกว่า overtime แต่ถ้าไม่มีใครสามารถชนะได้เมื่อหมด overtime จึงจะถือว่าเสมอกัน ในกรณีที่ เป็นการเล่นรอบสอง หรือ superbowl ก็จะเล่นกันจนกว่าจะมีคนชนะ

Play clock ทีมบุกจะต้องเริ่มการเล่นภายในเวลา 40 วินาที หลังจากที่การเล่นครั้งก่อนจบลง แต่หากเป็นการเริ่มเล่นเมื่อมีการ

หยุดเวลาโดยเหตุผลอื่น ทีมจะต้องเริ่มเล่นภายในเวลา 25 วินาที

Time-outs แต่ละทีมจะมีการขอเวลานอกได้ 3 ครั้งต่อครึ่ง โดยจะต้องเป็นการขอเวลานอกก่อนหรือหลังการเล่น (ไม่ใช่ระหว่าง

การเล่น)

_44387469_4olines

- การเล่นเกม

การเล่นเกมจะเริ่มด้วยการโยนเหรียญ โดยทีมที่เป็นทีมเยือนจะได้รับเกียรติในการเลือกหัวหรือก้อย ทีมใดที่เสี่ยงทายถูก จะได้ เลือกว่าต้องการได้รับลูกไปเล่นก่อน หรือต้องการที่จะเลือกแดน ทั้งนี้ เป็นเพราะสภาพอากาศจะเป็นตัวกำหนดความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาวะลม หรือ ฝน หรือ หิมะ แต่โดยทั่วไปแล้ว ทีมมักจะเลือกที่จะเล่นบอล หรืออาจตัดสินใจที่จะเล่นบอล แต่ เลือกเป็นเล่นในครึ่งหลัง (นั่นคือเลือกแดนในครึ่งแรก และให้อีกฝ่ายบุกก่อน)

09000d5d8052bf2c_gallery_600

เมื่อทีมตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นรับลูก อีกทีมหนึ่งจะไปตั้งแถวที่เส้น 30 หลา ซึ่งจะวางที่ตั้งลูก (kicking tee) อีกทีมหนึ่ง จะรับลูก ที่มาจากการเตะ และวิ่งขึ้นก่อนที่จะถูก tackle หรือออกนอกสนาม หลังจากนั้น ทีมที่รับลูกจะได้สิทธิในการเล่น 4 ครั้ง เริ่มจาก การเล่นครั้งที่หนึ่งและต้องทำระยะให้ได้ 10 หลาที่ที่เรียกกันว่า first and ten สมมติว่าสามารถทำได้ 3 หลา การเล่นครั้งต่อไปก็ จะเป็น การเล่นครั้งที่ 2 และเหลืออีก 7 หลา หากทีมบุกไม่สามารถทำ 1st down ได้ในการเล่น 3 ครั้ง ก็มักจะเลือกที่จะเตะ punt เพื่อเปลี่ยนให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ลูกไปเล่น โดยการ punt จะมีตัวเตะที่ยืนอยู่หลังแนวประมาณ 15 หลา และเตะบอลออกไป เมื่ออีก ทีมหนึ่งรับได้ก็จะพยายามวิ่งขึ้น และเมื่อถูก tackle หรือออกนอกสนาม ทีมนั้นจะได้สิทธิ 1st and ten ในลักษณะเดียวกัน

Play หรือการเล่น นั้น ก็คือ ความพยายามของทีมบุกที่จะนำลูกบอลไปด้านหน้า โดยแต่ละการเล่นก็จะมีแผนการเล่นที่แตกต่าง กัน ซึ่งการเล่นแต่ละครั้งจะเริ่มหลังจากที่ผู้เล่นทีมบุกประชุมแผนกันที่เรียกว่า huddle โดยฟังแผนการจากควอเตอร์แบ็ค ในจุด ประมาณ 2-3 หลาหลังแนววางลูกซึ่งเป็นจุดที่ลูกตายในการเล่นครั้งก่อน ควอเตอร์แบ็คจะบอกกลยุทธ์ของทีมให้กับลูกทีม และผู้เล่นทีมบุกจะมาที่แนววางลูก และตั้งแถวเผชิญกับผู้เล่นทีมรับ ผู้เล่นทีมบุกจะต้องอยู่ในลักษณะที่พร้อม หรือ set position ซึ่งทุกคนจะต้องหยุดอยู่นิ่งกับที่ (เว้นแต่ผู้เล่น 1 คนที่สามารถขยับได้) ในขณะที่ควอเตอร์แบ็คเรียกแผน และส่งสัญญาณเรียกลูก

06-winner1


========ทีมบุก==========

*ตำแหน่งการเล่น

ทีมบุกประกอบด้วยผู้เล่นจำนวน 11 คน ซึ่งเป็นผู้มีการครอบครองบอลในระหว่างนั้น หน้าที่ของทีมบุกก็คือการทำระยะเพื่อเข้า ไปทำคะแนน โดยทีมบุกจะต้องพยายามทำระยะให้ได้ 10 หลาด้วยสิทธิการเล่น 4 ครั้ง เพื่อที่จะให้ได้สิทธิการเล่นครั้งที่ 1อีกครั้ง และครอบครองบอลต่อไป โดยทั่วไปแล้ว ทีมบุกจะประกอบด้วย

แนวบุก (Offensive lineman) จำนวน 5 คน
ควอเตอร์แบ็ค 1 คน
ตัววิ่ง (Running back) จำนวน 2 คน
ปีกใน (Tight end) 1 คน
ปีก (Wide receiver) จำนวน 2 คน

อย่างไรก็ตาม ในการเล่นจริงนั้น นอกจากตำแหน่งควอเตอร์แบ็ค และบรรดาผู้เล่นแนวบุกแล้ว ตำแหน่งต่าง ๆ สามารถมีการ ปรับเปลี่ยนได้ตามแผนการเล่น ยกตัวอย่างเช่น ในการเล่นบางแผนการ จะไม่มีการใช้ปีกใน และมีตัววิ่งเพียงตัวเดียว แต่ใช้ปีกถึง 4 ตัว แต่กฎหนึ่งที่ต้องรักษาไว้ก็คือ ในการเล่นทุกครั้งจะต้องมีผู้เล่นที่อยู่ที่แนววางลูกอย่างน้อย 7 คน นั่นคือ ห้ามมีผู้เล่นหลัง แนวเกิน 4 คน

26-hot-cheerleaders

สรุปหน้าที่ของผู้เล่นในแต่ละตำแหน่ง

ผู้เล่นแนวบุก ได้แก่ผู้เล่นที่อยู่หน้าควอเตอร์แบ็ค ประกอบด้วย Center ซึ่งเป็นผู้ส่งลูกลอดขา (snap) ลูกให้กับควอเตอร์แบ็ค มีผู้ เล่นตำแหน่ง Guard สองตำแหน่งอยู่ด้านซ้ายและขวาของ Center ถัดจาก Guard จะเป็นผู้เล่นตำแหน่ง Tackle ทั้งด้านซ้ายและ ขวา ผู้เล่น 5 คนนี้ มีหน้าที่หลักในการป้องกันไม่ให้ผู้เล่นทีมรับเข้ามาถึงตัวผู้เล่นที่ถือลูก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวให้ตัววิ่งวิ่งได้ หรือ สร้างแนวการขว้างลูกสำหรับควอเตอร์แบ็ค

ควอเตอร์แบ็ค มีหน้าที่เรียกแผน และรับลูกจาก Center หลังจากนั้นก็ยื่นบอลให้ตัววิ่ง หรือ ขว้างลูกให้ปีก นอกจากนี้ ยังทำ หน้าที่เป็นผู้นำของทีมบุกด้วย

ตัววิ่ง มักจะอยู่ในตำแหน่งด้านหลังของควอเตอร์แบ็ค มีหน้าที่หลักในการรับลูกจากควอเตอร์แบ็ค และวิ่งไปด้านหน้าให้ได้ ระยะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ปีกใน อยู่ในตำแหน่งถัดจาก Offensive Tackle มีหน้าที่หลักสองลักษณะ อาจเป็นการป้องกันในลักษณะคล้าย Offensive lineman หรือ ขึ้นไปรับลูกคล้ายกับปีก

ปีก อยู่ในตำแหน่งที่แนววางลูก ด้านซ้าย หรือ ขวา หรือบางครั้งหลังแนว มีหน้าที่วิ่งขึ้นไปรับลูกจากควอเตอร์แบ็ค แต่บางครั้ง ก็ถูกใช้ในการเป็นแนวป้องกัน หรือ วิ่งก็ได้

Drew_Brees

*ควอเตอร์แบ็ค

ควอเตอร์แบ็คเป็นตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ซึ่งเมื่อสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ก็จะได้รางวัล นั่นเป็นสาเหตุที่ควอเตอร์

แบ็ค เป็นตำแหน่งที่มีรายได้ดีที่สุดในอเมริกันฟุตบอล ในการเล่นนั้น ควอเตอร์แบ็คจะเริ่มงานตั้งแต่การประชุมแผนใน huddle

เดินไปที่แนววางลูก ซึ่งควอเตอร์แบ็คจะตะโกนเรียกแผน และเมื่อลูกถูก snap มาก็จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

001_sexy_nfl_cheerleader-768326

คุณสมบัติสำคัญของควอเตอร์แบ็คที่จำเป็นมีดังนี้

1. ความสามารถในการขว้างลูก ซึ่งเป็นทักษะที่แยกแยะควอเตอร์แบ็คจากผู้เล่นตำแหน่งอื่น
2. มันสมอง เพราะควอเตอร์แบ็คจะต้องจดจำและเข้าใจแผนการเล่นจำนวนมาก และต้องเข้าใจรูปแบบการตั้งรับด้วย
3. ทักษะทางกีฬา เพราะจำเป็นต้องหลีกหนีการเข้าจับ และวิ่งในกรณีที่จำเป็น
4. ต้องมีความมั่นใจในความสามารถของตน เพราะต้องเรียกความมั่นใจให้กับตนเอง และจากเพื่อนร่วมทีมด้วย
5. ต้องรู้จักวิเคราะห์ตนเอง เพื่อที่จะสามารถรับรู้ผลงานของตนเอง

bengals-ben-gals-cheerleaders(01) (1)

Pocket คืออะไร
Pocket คือบริเวณซึ่งแนวบุก (Offensive line) จะจัดตั้งเพื่อเป็นเขตป้องกันการเข้าจับของผู้เล่นทีมรับที่จะเข้าจับ quarterback ของตน ซึ่งในระหว่างนั้น ควอเตอร์แบ็คก็จะคอยดูการก้าวไปของเกมการเล่น หาปีกที่จะขว้างลูกให้และขว้างลูกออกไป ตาม ทฤษฎีแล้ว ถ้าควอเตอร์แบ็คมีเวลาใน pocket มากเพียงใด ก็จะสามารถขว้างลูกได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น

การขว้างปั่นลูก หรือ Spiral
การขว้างลูกอเมริกันฟุตบอลจะเป็นแบบ spiral นั่นคือการปั่นให้หมุน โดยการปั่นให้หมุนจะทำให้ลูกสามารถเหิรผ่านอากาศไป ได้ โดยไม่แกว่ง และขว้างได้อย่างแม่นยำ ควอเตอร์แบ็คแต่ละคนจะมีรูปแบบการขว้างลูกที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้ว ควอเตอร์แบ็คจะใช้เส้นเชือกบนลูก (lace) ช่วยในการจับลูก โดยนิ้วกลางจะอยู่ประมาณสายเชือกที่สาม และไล่ไปจนนิ้วก้อยอยู่ ที่สายที่ห้า โดยที่นิ้วชี้จะเป็นนิ้วสุดท้ายก่อนที่ลูกจะถูกปล่อยออกจากมือด้วยการปั่น

bengals-ben-gals-cheerleaders(01)

Touch pass และ bullet pass
การขว้างลูกก็อาจทำได้ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน บางครั้งจะเป็นการขว้างที่แรงที่เรียกกันว่า bullet pass แต่บางครั้งก็จะใช้การขว้าง ที่ตกลงสู่วงแขนของปีกอย่างนุ่มนวลที่เรียกว่า touch pass

การอ่านทีมรับ
หน้าที่หนึ่งที่ควอเตอร์แบ็คต้องสร้างทักษะคือการอ่านทีมรับ ควอเตอร์แบ็คจะต้องฝึกการสังเกตว่าผู้เล่นทีมรับ มีการจัด ตำแหน่งกันอย่างไร ตัวคุมปีกยืนอยู่ใกล้หรือไกลแนววางลูก เป็นการคุมปีกแบบตัวต่อตัว หรือ man-to-man หรือไม่ หรือเป็น การตั้งรับแบบโซน สังเกตตัวคุมปีกที่กลางสนามว่าอยู่ในตำแหน่งใด เช่น ผู้เล่น safety อยู่ห่างออกไปหรือเปล่า เมื่อลูกถูก snap แล้ว ควอเตอร์แบ็คจะต้องรู้ว่า Safety ไปอยู่ที่ไหน ภายในเวลาเพียง 0.02 วินาที ควอเตอร์แบ็คจะต้องรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป ดัง นั้นการอ่านทีมรับจึงเป็นที่สำคัญมาก

20D67FE3477B617CBDCC14EE3EB67

การเรียกแผน การเปลี่ยนแผน
ควอเตอร์แบ็คจะต้องรู้ว่า แผนการเล่นที่ถูกคัดเลือกมาใช้นั้น เหมาะสมกับการตั้งรับของทีมรับหรือเปล่า โดยเมื่อควอเตอร์แบ็ค

เข้าสู่แนววางลูก และเริ่มอ่านการตั้งรับ ถ้าแผนการเล่นไม่เหมาะสม ก็จะมีการเรียกแผนใหม่ที่เรียกกันว่า Audible ซึ่งทำโดย

การตะโกนเปลี่ยนที่แนววางลูก การเรียก audible นั้นบางครั้งก็เพียงแต่เปลี่ยนแนวที่ลูกจะไป เช่น เปลี่ยนแผนการวิ่งจากซ้าย

เป็นขวา หากพบว่าทีมตั้งรับมีแนวโน้มที่จะป้องการด้านซ้าย

jdyt (Custom)  
*ปีก (Receiver)

ปีกมีหน้าที่หลักในการรับลูก ในรูปแบบการบุกมาตรฐาน จะใช้ปีก 3 ตัว คือ Wide receivers สองตำแหน่ง อยู่ที่แต่ละด้านของ แนวบุก และปีกตัวที่สามเรียกว่า Tight end หรือ ปีกใน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งถัดจาก offensive tackle โดยทั่วไปแล้ว ปีกมีอยู่สอง ลักษณะด้วยกัน คือ Speed guy คือปีกที่มีความเร็วสูง และ Possession guy หรือปีกที่มีความสามารถในการหาตำแหน่งว่างและ รับลูก รวมถึงวิ่งหลังรับลูกได้ดี ด้วยลักษณะที่แตกต่างกันของปีกทั้งสองรูปแบบ ทำให้การวิ่งเพื่อหาตำแหน่งว่างของปีกแตก ต่างกันออกไป

ตามกติกานั้น ที่แนววางลูก (line of scrimmage) จะอนุญาตให้มีผู้เล่นเพียง 7 คนเท่านั้น เมื่อผู้เล่นแนวบุกมี 5 คน ถ้ามีตำแหน่งปีก ในหนึ่งคน ก็จะเหลืออีกเพียงหนึ่งคนที่จะอยู่ในแนวได้ ซึ่งจะเรียกปีกคนนั้นว่า split end ซึ่งจะอยู่ที่แนววางลูก อีกด้านหนึ่งของ ปีกใน ส่วนปีกนอก (WR) อีกคนหนึ่งนั้น จะยืนอยู่ด้านเดียวกับปีกใน เรียกว่า flanker แต่ละยืนอยู่หลังแนววางลูกประมาณ 1 หลา ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ flanker ยืนในแนววางลูก (ซึ่งจะทำให้ไม่ถูกเรียกว่า flanker) ปีกในก็จะไม่มีสิทธิรับลูก เพราะเขาไม่ถูกนับเป็น สองคนที่ยืนด้านนอกของแนววางลูก

nfl_london04
Speed Guys
หน้าที่ของปีก คือ การรับลูก และนำไปด้านหน้าให้ใกล้ end zone มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด ก็คือ ด้วยความเร็ว คราวนี้ เวลาที่คุณดูในโทรทัศน์ คุณก็เห็นว่าไม่เห็นมีใครช้าสักคน แต่ใน football นั้น ความเร็ว หมายถึง เร็วจริง ๆ หมายถึง ความสามารถที่จะวิ่งด้วยอัตราเร่งสูง หรือหากจะเปรียบเทียบก็คือ การวิ่งเหมือนเสือดาว หรือ เสือชีต้า โดยใน football นั้น การจับความเร็ว จะใช้มาตรฐานในการจับเวลาผู้เล่นเมื่อวิ่งในระยะ 40 หลา ที่เรียกกันว่า 40 time ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้เล่นใน NFL จะวิ่งกันได้ในระยะเวลาประมาณ 4.5 วินาที ในขณะที่ผู้เล่นที่แนวมักจะวิ่งกันที่ 5.2 วินาที

สำหรับการเล่นเกมบุกนั้น ความเร็วนั้นมีประโยชน์มาก เพราะปีกสามารถวิ่งแซงผู้เล่นทีมรับขึ้นไปรับลูกได้ ในขณะที่ผู้เล่นทีมรับ ต้องระวังไม่ให้ปีกความเร็วสูงพวกนี้แซงไปได้ แต่ความเร็วก็ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป เพราะถึงแม้ว่าจะมีปีกที่เร็ว แต่ก็ต้องมี ความสามารถในการรับลูกได้เช่นกัน นักกีฬา football บางคนที่เคยเป็นนักวิ่งจึงอาจไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นปีก หาก ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมได้ เพราะนอกจากวิ่งเร็วแล้ว ปีกจะต้องรู้จักการหยุด การหักมุม และเทคนิคอื่น ๆ อีกด้วย

หน้าที่หลัก ๆ ของปีกแบบ speedy guy ได้แก่

- Go deep หรือ วิ่งไปลึก ๆ เพื่อรับลูกบอมบ์ยาวจากควอเตอร์แบ็ค (ประมาณ 30-50 หลา)
- Go deep หรือ วิ่งไปลึก ๆ เพื่อเป็นนกต่อล่อตัวคุมปีก แต่จริง ๆ แล้ว เป็นแผนวิ่ง หรือ การขว้างระยะสั้น
- วิ่งในแผนสั้น และหักออก
- บล็อก
- ร่วมในการเล่นแผนพิเศษ (trick play)

139465

Possession Guys
ปีกพวกนี้ เป็นปีกที่มีมือที่ดี และยังเล่นการบล็อกได้ดี แต่ความสามารถหลักได้แก่การรับลูก เรียกกันว่า หากคุณเขียนจุดลงบน อกของปีก และวาดวงกลมใหญ่รอบจุดนั้น ให้กว้างเท่ากับระยะอ้าแขนของปีกพวกนี้ นั่นคือระยะที่พวกเขาสามารถรับลูกได้ เมื่อไรก็ตามที่คุณขว้างลูกออกไปในวงกลมนั้น

สำหรับปีกอื่น ๆ คุณจะต้องขว้างลูกให้เข้าไปที่ลำตัว (หรือเลขบนเสื้อ) ของพวกเขาเพื่อจะรับลูกได้ แต่สำหรับปีกพวกนี้ จะ สามารถปรับตำแหน่งของตนให้รับลูกได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะขว้างลูกสูง ขว้างต่ำ ขว้างย้อน เพราะฉะนั้น ควอเตอร์แบ็คจะมี ความมั่นใจในการขว้างลูกให้ปีกพวกนี้มาก ปีกพวกนี้มีหน้าที่เช่นเดียวกับปีก speed guy แต่มักจะรับลูกอยู่ในบริเวณประมาณ 15 หลาจากแนววางลูก และเรียกได้ว่าเป็นปีกที่ช่วยทำให้ทีมครองบอลต่อได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีความเร็วมาก แต่ปีกพวกนี้ จะมีความ สามารถแยกตัวเองออกจากตัวคุมปีกได้ เพื่อหาช่องว่างในการรับลูก

dallas-cowboys-cheerleaders-774956

Tight end
ปีกใน ได้แก่ ปีกที่ยืนอยู่ติดกับผู้เล่นแนวบุก ถึงแม้ว่าจะมีรูปร่างไม่เท่ากับผู้เล่นแนวบุก แต่ก็ใกล้เคียง ปีกในส่วนใหญ่ มีความสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว หนัก 235 ปอนด์ ไปถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว 285 ปอนด์ ปีกในมีหน้าที่คล้ายกับปีกนอก แต่อาจจะตรงกันข้ามเท่านั้น เริ่มจาก ปีกนอก มีหน้าที่ในการรับลูกเป็นหลัก บล็อกเป็นรอง แต่ปีกในจะมีหน้าที่ในการบล็อกเป็นหลัก แต่บางครั้งจะขึ้นไปรับลูก แต่ ละทีมจะมีวิธีการใช้ปีกในที่แตกต่างกัน ทำให้มีลักษณะของปีกในที่แตกต่างกัน ขึ้นกับปรัชญาของแต่ละทีม บางทีมจะใช้ เฉพาะปีกในขนาดใหญ่ เพื่อใช้บล็อกเป็นหลัก แต่บางทีมอาจต้องการปีกในที่มีความสามารถในการรับลูกมากกว่า บางทีมใช้

ปีกในสองตัวยืนแต่ละข้างของแนวบุก โดยปีกในตัวที่สองนั้น จะทำหน้าที่แทนตัววิ่งตัวที่สอง

saintsations

Patterns
Pattern หรือเส้นทางการวิ่ง หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า route คือการที่ปีกวิ่งไปตามแนวที่ตกลงกันไว้ โดยปีกจะต้องจำว่าจะวิ่ง ไปอย่างไรในแผนการต่าง ๆ และควอเตอร์แบ็คก็จะต้องระลึกว่าปีกจะอยู่ในตำแหน่งใด เพื่อที่จะขว้างลูกได้อย่างถูกต้อง

การส่งปีกวิ่งไปในตำแหน่งต่าง ๆ กัน ก็เพื่อให้ตัวคุมปีกออกจากตำแหน่งที่เราต้องการขว้างลูกออกไป ปีกแต่ละตัวจะมี route แตกต่างกัน สถานการณ์ที่ทีมบุกต้องการให้เป็น คือ การที่ปีกวิ่งออกไปแล้ว ไม่มีตัวคุมปีกอยู่ในทิศทางที่จะตัดลูกที่ขว้างออก ไปได้ ซึ่งก็คงจะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ทฤษฏีหนึ่งที่ใช้กันก็คือ การที่ทีมบุกพยายามให้ปีกคนหนึ่งดึงตัวคุมปีกไป และให้ปีกอีกตัว ว่าง

 bz
*ตัววิ่ง (Running backs)

ความสำคัญของเกมวิ่ง
ทีมที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ทีมที่มีเกมวิ่งที่ดี เพราะทีมที่เล่นเกมวิ่งได้ดีนั้น เท่ากับเป็นการทำโทษทีมรับด้วยการเล่นเกมบุก พร้อมกับครอบครองบอล (ball control offense) เพราะการเล่นเกมวิ่ง เป็นการเล่นที่ฆ่าเวลาไปได้เรื่อย ๆ ก่อนการเล่นครั้งต่อไป จะเริ่มขึ้น เมื่อไรที่การครอบครองบอลอยู่ในสนาม นาฬิกาจะไม่หยุด ไม่เหมือนกับเกมขว้าง ซึ่งเมื่อมีการขว้างที่รับไม่ได้ (incomplete pass) นาฬิกาจะหยุดลง การเล่นแบบ ball control นี้ จะทำให้ทีมรับล้า เพราะต้องอยู่ในสนามนานเกินไป

ในเกมวิ่งนั้น ถ้าคุณสามารถวิ่งได้ 4 หลาต่อการเล่น ก็เท่ากับว่าคุณวิ่งได้ 12 หลาในการเล่นสามครั้ง เพราะฉะนั้น การวิ่งที่ดีจะ ทั้งทำให้ทีมได้ครอบครองบอลต่อ และในเวลาเดียวกันฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี

FSUfabiola72

Fullbacks
หน้าที่หลักของตัววิ่งในตำแหน่ง fullback ได้แก่ การเปิดแนววิ่ง เป็นตัวบล็อกนำ ถึงแม้ว่า fullback จะสามารถวิ่ง หรือ รับลูกได้ดี ซึ่งการวิ่งของ fullback นั้นจะเป็นการวิ่งในลักษณะตรงไปข้างหน้า ท้าทายการหยุดของทีมรับ

Halfbacks
ตัววิ่งในตำแหน่ง halfback คือตัววิ่งหลักที่มีหน้าที่รับลูกและวิ่งทำระยะ ผู้เล่นในตำแหน่งตัววิ่งนั้นเปรียบเสมือนเป้าเคลื่อนที่ เพราะผู้เล่นทีมรับจะเข้าหา และอัดในทันที ผู้เล่นในตำแหน่งนี้จึงต้องเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งและอดทน รูปร่างของ halfback มัก จะมีลักษณะเล็กกว่าผู้เล่น fullback เล็กน้อย ในแผนการเล่นมาตรฐานนั้น halfback จะเป็นผู้ถือลูก และ fullback บล็อกเปิดทาง วิ่งให้ halfback ยังทำหน้าที่รับลูกและบล็อกในบางกรณี

North-South Runners และ East-West Runners
ตัววิ่งอาจแบ่งออกเป็นสองลักษณะใหญ่ ๆ คือ North-South runners ได้แก่ตัววิ่งที่ถนัดการวิ่งแบบเหนือใต้ หรือ วิ่งขึ้นไปตรง ๆ ตัวอย่างหนึ่งอาจได้แก่ Emmitt Smith ของ Cowboys ซึ่งจะพุ่งไปข้างหน้าโดยโยกซ้ายขวาเพียงเล็กน้อย ทำให้ทีมรับไม่สามารถ จับได้ง่าย ๆ ส่วน East-West runners นั้น ได้แก่ตัววิ่งที่ชอบโยกออกด้านข้าง

Premier League beware of NFL invasion: Over here: the Miami Dolphis cheerleaders warm up the crowd at last year's NFL game at Wembley

การรับลูกตัววิ่งยังมีหน้าที่ในการขึ้นไปรับลูก หรือบางครั้งถือว่าเป็น Safety valve ซึ่งหมายถึง ทางออกของควอเตอร์แบ็คที่จะขว้างลูก เพราะควอเตอร์แบ็คจะมองไปที่ปีกก่อน และหากไม่ว่างก็จะมองหาตัววิ่ง ที่เรียกกันว่า safety valve นั้นเป็นการเปรียบเทียบกับ การต้มน้ำ ซึ่งเมื่อแรงดันหรือความร้อนสูงเกิน ก็จะมี safety valve ไว้ระบายแรงดันออก แต่ตัววิ่งไม่ได้เป็นเพียง safety valve แต่ ยังสามารถเป็นปีกหลักได้ด้วย เส้นทางการวิ่งไปรับลูกของตัววิ่งได้แก่ รูปแบบการยืนของตัววิ่ง

Split "T"
เป็นรูปแบบการเล่นที่ตัววิ่งสองตัว ยืนหลังควอเตอร์แบ็ค แต่ไม่มีตัวใดยืนหลังควอเตอร์แบ็คโดยตรง และทั้งสองคนยืนห่างกัน ส่วนใหญ่ การตั้งแบบนี้มักจะใช้ในแผนการขว้าง

"I" formation
เป็นรูปแบบที่ตัววิ่งทั้งสองตัว ยืนในแนวตั้ง ต่อจากควอเตอร์แบ็ค เปรียบเสมือนตัว "I" โดย fullback จะยืนหลังแนวประมาณ 5 หลา และ halfback ยืนหลังแนวประมาณ 7 หลา โดย fullback จะอยู่ในตำแหน่งจรดสามตำแหน่ง (ก้มลงใช้มือหนึ่งจรดที่พื้น) เพราะต้องการให้ตัววิ่งซึ่งยืนสามารถมองเห็นด้านหน้าได้ชัดเจน

Offset "I" formation
คล้ายกับรูปแบบ "I" แต่ fullback จะอยู่เยื้องออกด้านข้างเล็กน้อย คือ ยืนหลังผู้เล่นตำแหน่ง tackle แต่ halfback ยังอยู่หลัง ควอเตอร์แบ็คเช่นเดิม

Two Tight Ends with an R Back (Ace Formation)
เป็นการใช้ปีกในสองตัวยืนสองข้างของแนวบุก และมี halfback ยืนหลังควอเตอร์แบ็ค วิธีคิด tiebreaker หรือ การจัดอันดับกรณีที่ตั้งแต่สองทีมขึ้นไปมีสถิติแพ้ชนะเท่ากัน มีเป็นสิบกว่าข้อเลยครับ ข้อแรกๆที่จำได้คือ

ในกรณีที่อยู่ในดิวิชั่นเดียวกันให้ดูตามลำดับดังนี้ครับ
- สถิติที่ทั้งสองทีมพบกันเอง (head-to-head)
- สถิติในดิวิชั่นตัวเอง
- สถิติที่แข่งกับคู่แข่งเดียวกัน (common opponents) อื่นๆ กฎนี้รู้สึกว่าเพิ่มเข้ามาใหม่ปีนี้เองครับ เพราะในระบบใหม่นี้ทีมในดิวิชั่นเดียวกันต้องเจอกันเอง 2 เกม, เจอทีมเดียวกันในดิวิชั่นตัวเองอีก 4 เกม, จับคู่กับดิวิชั่นอื่นใน Conference เดียวกันอีก 4 เกม, จับคู่กับดิวิชั่นอื่นใน Conference ตรงข้ามอีก 4 เกม ส่วนอีกสองเกมที่เหลือ ผมก็จนปัญญาสุดจะเข้าใจว่าเขาจับคู่กันยังไง แต่ สรุปว่าถ้าอยู่ในดิวิชั่นเดียวกันจะต้องเจอกันเองสองเกมเหย้าเยือนและเล่นกับทีมอื่นๆที่เหมือนกันอีก 12 เกมครับ
- สถิติใน Conference ของตัวเอง ฯลฯ

ส่วนถ้าอยู่ต่างดิวิชั่นกันให้ดูตามลำดับดังนี้แทน
- สถิติที่ทั้งสองทีมพบกันเอง (head-to-head)
- สถิติใน Conference ของตัวเอง
- สถิติที่แข่งกับคู่แข่งเดียวกันอื่นๆ (อย่างน้อย 4 เกม) อันนี้ก็ไม่เข้าใจอีกแหละครับว่าทำไมต้อง 4 เกม คือถ้าทีมต่างดิวิชั่นจะมี เกมเหมือนกัน 4 เกมแล้วล่ะก็ สองทีมนั้นก็ต้องอยู่ในดิวิชั่นที่ถูกจับมาประกบคู่กันในปีนั้นอยู่ดี ซึ่งจะใช้ head-to-head ตัดสินได้ ตั้งแต่แรกแล้ว (ถ้าไม่โชคร้ายไปเสมอกันอีก) ฯลฯ

09000d5d815490fe_gallery_600

หลังจากนี้ทำยังไงต่อก็ไม่รู้แล้วครับ (ตรงที่ผมละ “ฯลฯ” ไว้ในฐานที่จำไม่ได้นั่นแหละ อีกประมาณ 7-8 ข้อ ประมาณว่า ดูแต้มมั่ง ดูสถิติคู่แข่งมั่ง อะไรทำนองนี้แหละครับ ใครรู้ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยครับ) สุดท้ายถ้ามันยังจะเสมอกันอีก คลับคล้ายคลับคลา ว่าจะให้จับสลาก หรือโยนหัวก้อยนี่แหละ ทำคล้ายๆฟุตบอลถ้วยบ้านเราสมัยก่อนเลย

113009-patriots-cheerleader

 

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณงับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Wonderful work! This is the kind of info that should be shared across the internet.
Disgrace on Google for now not positioning this publish higher!
Come on over and visit my website . Thank you =)

Take a look at my web site ... dental implant costs

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Very quickly this website will be famous amid all blogging visitors,
due to it's fastidious content

Review my web page :: cost of dental implant

แสดงความคิดเห็น


flag counter

free counters